หน้าแรก > คุย..บริหารserver > IP address (Internet Protocol address) การใช้งาน แนวคิด การประยุกต์ใช้

IP address (Internet Protocol address) การใช้งาน แนวคิด การประยุกต์ใช้

Protocol หรือ TCP/IP หรือ IP Address เป็นสิ่งที่ใช้กันในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซี่งทุกคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีโดยเฉพาะกับชาวชาวไอที สำหรับความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ 3  โดยเฉพาะเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนอย่างเรื่อง Subnet และ Sunnet Mask หวังว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับการนำไปใช้งาน ซึ่งส่วนใหญ่ในงานด้านเครือข่ายสำหรับการให้บริการทางด้านอินเทอร์นี้ ซึ่งเมื่อมีการใช้อินเทอร์ได้มีการกำหนด Protocol ที่เรียกว่า TCP/IP หรือ IP Address ขึ้นมาเพื่อสื่อสารกันระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบ ตัวเลขเหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำให้ระบบเครือข่ายรู้จักซึ่งกันและกัน ซึ่งสามารถใช้ได้ดีและ เป็นข้อกำหนดด้านเครือข่าย

มีคำสำหรับสื่อสารให้มีความเข้าใจตรงกัน ดังนี้

Protocol คือ ระเบียบวิธีการที่กำหนดขึ้นสำหรับสื่อสารข้อมูล ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างถูกต้อง ซึ่งได้มีการพัฒนา Protocol ต่างๆ มากมายเพื่อรองรับการใช้งาน แอฟลิเคชั่นต่างๆ

Transmission Control Protocol (TCP) เป็น Protocol ที่ให้บริการแบบ Connection-Oriented ระบบจำทำการสร้างการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องต้นทาง (Source) และ และเครื่องปลายทาง (Destination) ผ่านเครื่องกลางของหลายระบบเพื่อทำหน้าที่ในการติดต่อ และสื่อสารกันในการที่จะทำการรับส่งข้อมูล และจะทำการส่งข้อมูลทั้งหมดจนแล้วเสร็จ และมีการตอบกลับเพื่อยืนยันความถูกต้องตลอดจนมีการเข้ารหัสในรูปแบบต่างๆสำหรับการสื่อสารในอินเทอร์ หรือเครือข่ายของระบบต่างๆ

ซึ่งสำหรับอีกอย่างหนึ่ง คือ Media Access Control (MAC) Address MAC Address เป็นหมายเลขประจำตัวของอุปกรณ์ที่ต่ออยู่ในเครื่อข่าย ซึ่งกำหนดมาจากบริษัทผู้ผลิต H/W เป็นตัวเลขฐาน 16 จำนวน 12 ตัว ซึ่งจะไม่ซ้ำกันและแก้ไขไม่ได้

IP Address หรือ หมายเลขไอพี หมายเลขประจำตัวที่ใช้ในการระบุตัวตนของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น computer, router และ server ที่อยู่ในเครื่อข่าย ซึ่งปัจจุบันที่ใช้งานอยู่นี้จะเป็นเวอร์ชั่น 4 (IPV4) ซึ่งจะต่างกับ MAC Address ตรงที่ค่า IP Address นั้นสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ แต่ในเครื่อข่ายเดียวกันต้องไม่ซ้ำกันต้อง และถูกกำหนดผุ้ให้บริการตามมาตรฐานของ ISP หรือผู้ให้บริการเครือข่าย
IP Address เป็นชุดตัวเลขฐานสองขนาด 32 บิต โดยเพื่อให้ง่ายในการจำจึงแบ่งออกเป็น 4 ส่วนๆ ละ 8 บิต (หรือ 1 Byte) คั่นแต่ละส่วนด้วยจุด (.) แล้วแทนค่าเป็นเลขฐาน 10 แต่ละส่วนมีค่าอยู่ระหว่าง 0 – 255 ตัวอย่างเช่น 11000000.00000001.00000010.00000011 เขียนแทนค่าเป็นเลขฐาน 10 ได้เป็น 192.1.2.3

ขั้นของ IP address และรูปแบบ
เนื่องจากระบบเครือข่ายมีขนาดหลากหลาย จึงมีกำหนดรูปแบบ TCO address เป็น 4 รูปแบบ หรืออื่น เมื่อมีการขอหมายเลขเครือข่ายจาก NIC

  • Class A : เป็น address สำหรับเครือข่ายขนาดใหญ่
  • Class B : เป็น address สำหรับเครือข่ายขนาดกลาง
  • Class C : เป็น address สำหรับเครื่องข่ายขนาดเล็ก ( น้อยกว่า 256 เครื่อง)
  • Class D : เป็น address สำหรับ Multicast

ความสัมพันธ์ระหว่าง IP address กับ ที่อยู่ทางกายภาคเครื่อง (หรือที่อยู่ทางกายภาค) ใช้ที่ภายในเครือข่ายแบบ LAN มีความแตกต่างจาก IP Address บนอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่จะเป็น Ethernet address 48 บิต ซึ่ง TCP/IP มีสิ่งอำนวยความสะดวกเรียกว่า Address Resolution Protocol (ARP) ซึ่งให้ผู้บริหารระบบสร้างตารางการจับคู่ IP address เป็นที่อยู่ทางกายภาค ตารางนี้เรียกว่า ARP Cache

Static versus Dynamic IP address
IP address แบบ Dynamic เป็นให้ IP address จากพูลเป็นการประหยัด จำนวน IP address โดยการใช้ IP address ร่วมในเครือข่ายที่มีผู้ใช้จำนวนมาก เช่น บริษัทขนาดใหญ่หรือธุรกิจบริการแบบ online การให้ IP address แบบนี้ เป็นการให้ IP address ตามการติดต่อการระบบ ทำให้ใช้ IP address น้อยกว่าการใช้แบบ static

หมวดหมู่:คุย..บริหารserver
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: