ftp คืออะไร

FTP ย่อมาจาก (File Transfer Protocol) คือ รูปแบบมาตรฐานบนโครงข่าย (standard network protocol) ชนิดหนึ่ง ที่ใช้สำหรับการส่งไฟล์ หรือรับไฟล์ (receive file) ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นลูกข่ายที่ส่วนใหญ่จะเรียกว่าไคลเอนต์ (client) กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแม่ข่ายที่ส่วนใหญ่จะเรียกว่า โฮสติง (hosting) หรือ เซิร์ฟเวอร์ (server) โดยที่การติดต่อกันทาง FTP เราจะต้องติดต่อกันทาง Port 21 ซึ่งก่อนที่จะเข้าใช้งานได้นั้น จะต้องเป็นสมาชิกและมีชื่อผู้เข้าใช้ (User) และ รหัสผู้เข้าใช้ (password) ก่อน โปรแกรมสำหรับติดต่อกับแม่ข่าย (server) ส่วนมากจะใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เช่นโปรแกรม ไฟล์ซิลลา CuteFTP หรือ WSFTP ในการติดต่อ เป็นต้น

โดยปกติเมื่อเราต้องการทำเว็บไซต์ไม่ว่าด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม สิ่งที่เราจะต้องนึกถึงและขาดไม่ได้คือ Hosting (Server) ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ให้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก การที่เว็บไซต์ของเราสามารถให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วันโดยไม่มีวันหยุดนั้น ก็เพราะ Hosting (Server) ไม่เคยปิดนั่นเอง ทีนี้เรามาพูดถึงการสร้างเว็บไซต์กันบ้าง การสร้างเว็บไซต์เกิดจากการเขียน Code โปรแกรม ไม่ว่าจะเขียนด้วยภาษา HTML, PHP, ASP, ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ต้องนำไฟล์ที่เราเขียนเสร็จเรียบร้อยไปใส่บน Hosting เพื่อสามารถให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน แต่ด้วยหนทางที่อยู่ไกลกันระหว่างเรากับ Hosting ที่เราขอใช้บริการไว้ เราจึงต้องใช้เทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์ ในการโอนย้ายไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา กับ Hosting ซึ่งเทคโนโลยีนั้นคือ FTP นั่นเอง สำหรับโปรแกรมที่แนะนำให้ใช้ในการโอนย้ายไฟล์นั้น คือโปรแกรม Filezilla เพราะเป็น Opensouce สามารถ Download มาใช้งานได้ฟรี และใช้งานง่าย มีการ Update โปรแกรมอยู่โดยตลอด

การทำงาน

เครื่องลูกข่ายเริ่มต้นสร้างการเชื่อมต่อไปยังเครื่องแม่ข่ายโดยใช้ทีซีพีบนพอร์ตหมายเลข 21 การเชื่อมต่อนี้คือ การเชื่อมต่อส่วนควบคุม ซึ่งจะเปิดอยู่ตลอดเวลาขณะที่มีการใช้งาน หลังจากนั้น การเชื่อมต่อส่วนข้อมูล บนพอร์ตหมายเลข 20 จะถูกสร้างขึ้นตามความจำเป็นเพื่อส่งผ่านข้อมูลไฟล์ คำสั่งที่ส่งโดยเครื่องลูกข่ายไปยังส่วนควบคุมมีรูปแบบเป็นข้อความแอสกี และจบคำสั่งด้วย CRLF (อักขระปัดแคร่ตามด้วยอักขระป้อนบรรทัด) ตัวอย่างเช่น RETR filename เป็นคำสั่งรับข้อมูลไฟล์ที่ต้องการจากเครื่องแม่ข่ายมายังเครื่องลูกข่าย

หลังจากเครื่องแม่ข่ายได้รับคำสั่งแล้ว จะตอบกลับด้วยรหัสสถานภาพเป็นตัวเลขสามหลักพร้อมกับข้อความแอสกีถ้ามี บนการเชื่อมต่อส่วนควบคุม ตัวอย่างเช่น 200 หรือ 200 OK หมายความว่าคำสั่งล่าสุดสำเร็จผล การส่งผ่านไฟล์บนการเชื่อมต่อส่วนข้อมูลที่กำลังดำเนินอยู่สามารถยุติลงได้ด้วยการส่งคำสั่งให้หยุดไปบนการเชื่อมต่อส่วนควบคุม

เอฟทีพีสามารถทำงานได้ใน วิธีส่งการร้องขอ (active mode) และ วิธีรับการร้องขอ (passive mode) ซึ่งเป็นการเลือกว่าให้จัดการการเชื่อมต่อที่สองอย่างไร ด้วยวิธีส่งการร้องขอ เครื่องลูกข่ายจะส่งหมายเลขไอพีและพอร์ตที่ต้องการใช้ส่งผ่านข้อมูลให้กับเครื่องแม่ข่าย จากนั้นเครื่องแม่ข่ายจะเปิดการเชื่อมต่อนั้นกลับมา ในขณะที่วิธีรับการร้องขอ เครื่องแม่ข่ายจะส่งหมายเลขไอพีและพอร์ตให้กับเครื่องลูกข่ายก่อน จากนั้นเครื่องลูกข่ายจะสร้างการเชื่อมต่อดังกล่าว (แนวคิดตรงข้ามกับวิธีส่งการร้องขอ) วิธีรับการร้องขอถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในกรณีเครื่องลูกข่ายตั้งอยู่หลังไฟร์วอลล์ และไม่สามารถรับการเชื่อมต่อทีซีพีที่ไม่รู้จักจากภายนอกได้ วิธีการทั้งคู่ได้รับการปรับปรุงเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2541 เพื่อให้รองรับไอพีวี6 และปรับแต่งวิธีรับการร้องขอทำให้เกิดเป็น วิธีรับการร้องขอแบบเสริม (extended passive mode) ขึ้นมา

ขณะที่ส่งผ่านข้อมูลไปบนเครือข่าย การแสดงออกของข้อมูลสามารถใช้ได้สี่อย่าง ซึ่งมีเพียงสองชนิดที่ใช้กันโดยทั่วไป

  • วิธีข้อมูลแอสกี ใช้สำหรับข้อมูลชนิดข้อความล้วนเท่านั้น (หากใช้กับข้อมูลชนิดอื่นจะทำให้ไฟล์เสีย)
  • วิธีข้อมูลไบนารี เครื่องที่ส่งข้อมูลจะส่งไปทีละไบต์ และเครื่องที่รับข้อมูลจะรับเป็นกระแสข้อมูลไบต์ (bytestream) มาตรฐานเอฟทีพีเรียกวิธีนี้ว่า วิธีข้อมูลอิมเมจ

ส่วนที่เหลืออีกสองชนิดคือ วิธีข้อมูลเอบซีดิก และ วิธีข้อมูลไฟล์เฉพาะที่ ถูกยกเลิกการใช้งานไปแล้ว สำหรับไฟล์ข้อความล้วน เราสามารถเลือกการควบคุมรูปแบบและโครงสร้างการบันทึกที่แตกต่างกันได้ แม้ว่าคุณลักษณะเหล่านี้แทบจะไม่ได้ใช้ในปัจจุบัน วิธีการส่งผ่านข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้สามารถเลือกใช้ได้ตามต้องการ แต่วิธีการปริยายที่ใช้กันในปัจจุบันจะเป็นการส่งกระแสข้อมูลเสมอ

วิธีการตั้งค่า FTP Server ใน Windows Server 2003

 
ติดตั้ง Internet Information Services และบริการ FTP

เนื่องจาก FTP ขึ้นกับ Microsoft Internet Information Services (IIS) โดยที่ต้องติดตั้ง IIS และบริการ FTP ไว้ในคอมพิวเตอร์เสียก่อน เมื่อต้องการติดตั้ง IIS และบริการ FTP ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ หมายเหตุ: ใน Windows Server 2003 บริการ FTP ไม่ได้รับการติดตั้งโดยค่าเริ่มต้นเมื่อคุณติดตั้ง IIS หากคุณติดตั้ง IIS ไว้ในคอมพิวเตอร์แล้ว คุณต้องใช้เครื่องมือ Add or Remove Programs ใน Control Panel เพื่อติดตั้งบริการ FTP
1.คลิก Start เลือกที่ Control Panel และคลิก Add or Remove Programs
2.คลิก Add/Remove Windows Components
3.ในรายการ Components คลิก Application Serverคลิก Internet Information Services (IIS) (แต่ไม่ต้องเลือกหรือยกเลิกการเลือกช่องทำเครื่องหมาย) แล้วคลิก Details
4.คลิกเพื่อเลือกช่องทำเครื่องหมายต่อไปนี้ (หากยังไม่ได้เลือก):
Common FilesFile Transfer Protocol (FTP) ServiceInternet Information Services Manager
5.คลิกเพื่อเลือกช่องทำเครื่องหมายถัดจากบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับ IIS หรือคอมโพเนนต์ย่อยที่คุณต้องการติดตั้ง จากนั้นคลิก OK
6.คลิก Next
7.เมื่อได้รับการพรอมต์ ให้ใส่แผ่นซีดี Windows Server 2003 CD-ROM ลงในไดรฟ์ CD-ROM หรือ DVD-ROM หรือระบุพาธไปยังตำแหน่งของแฟ้ม แล้วคลิก OK
8.คลิก Finish

ติดตั้ง IIS และบริการ FTP เสร็จแล้ว คุณต้องกำหนดค่าบริการ FTP ก่อนที่จะใช้งาน

การกำหนดค่าบริการ FTP

เมื่อต้องการกำหนดค่าบริการ FTP ให้อนุญาตให้ใช้การเชื่อมต่อแบบไม่ระบุผู้ใช้ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
1.เปิด Internet Information Services Manager หรือเปิด IIS snap-in
2.ขยาย Server_nameโดยที่ Server_name คือชื่อของเซิร์ฟเวอร์
3.ขยาย FTP Sites
4.คลิกขวาที่ Default FTP Site แล้วคลิก Properties
5.คลิกแท็บSecurity Accounts
6.คลิกเพื่อเลือกช่องทำเครื่องหมาย Allow Anonymous Connections (หากยังไม่ได้เลือก) แล้วคลิกเพื่อเลือกช่องทำเครื่องหมาย Allow only anonymous connectionsเมื่อคุณคลิกเพื่อเลือกช่องทำเครื่องหมาย Allow only anonymous connections คุณกำหนดค่าบริการ FTP ให้อนุญาตให้ใช้การเชื่อมต่อแบบไม่ระบุผู้ใช้ได้ ผู้ใช้ไม่สามารถล็อกอินได้โดยใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน
7.คลิกแท็บHome Directory
8.คลิกเพื่อเลือกช่องทำเครื่องหมาย Read และ Log visits (หากยังไม่ได้เลือก) แล้วคลิกเพื่อยกเลิกช่องทำเครื่องหมาย Write (หากยังไม่ได้ยกเลิกการเลือก)
9.คลิก OK
10.ปิด Internet Information Services Manager หรือปิด IIS snap-in

เซิร์ฟเวอร์ FTP ได้รับการกำหนดค่าให้รับการร้องขอ FTP ขาเข้าได้แล้ว คัดลอกหรือย้ายแฟ้มต่างๆ ที่คุณต้องการให้ใช้งานได้ไปยังโฟลเดอร์ FTP publishing เพื่อให้เข้าถึงได้ โฟลเดอร์ที่เป็นค่าเริ่มต้นคือ drive:\Inetpub\Ftproot โดยที่ drive คือไดรฟ์ที่ติดตั้ง IIS ไว้

 

การติดตั้ง Redhat Linux สามารถติดตั้งได้ 2 กรณี

      1. กรณีที่ต้องการติดตั้งทั้ง Windows และ Linux ในเครื่องเดียวกัน

 

      2. กรณีที่ต้องการติดตั้ง Linux อย่างเดียว

1. ข้อควรทราบก่อนการติดตั้ง Redhat Linux ในกรณีที่ต้องการใช้ระบบปฏิบัติการ 2 ระบบในเครื่องเดียว

      1. ในตัวอย่างต่อไปนี้จะเป็น Harddisk ที่ค่าความจุ อยู่ที่ 40 GB ผมแบ่งเป็น 4 Partition สำหรับใช้ใน Windows จำนวน 2 Partition ( คือ C:,D:) กำหนด FAT 32 และสำหรับติดตั้ง Linux จำนวน 2 Partition (ตอนที่ยังไม่ติดตั้ง Linux อาจจะมองเห็นเป็น Drive E:,F:)
      2. วิธีการแบ่ง Partition ผมใช้วิธี Fdisk จาก Dos (จะใช้วิธีการแบ่ง Partition วิธีไหนก็ได้ตามสะดวก ชนิดของ Partition กำหนดให้เป็น FAT 32 ก่อนก็ได้ แล้วค่อยไปเปลี่ยนชนิดที่จะใช้สำหรับ Linux ในตอนที่เราติดตั้ง)
      3. หลังจากที่ทำการแบ่ง Partition ได้ตามความต้องการแล้วทำการ Format Drive C:,D: ตามลำดับ ส่วน Drive E:,F: สำหรับติดตั้ง Linux ยังไม่ต้อง Format เมื่อทำการ Format เสร็จแล้วก็ให้ทำการติดตั้ง Windows ตามวิธีการติดตั้งจนแล้วเสร็จ
      4. กรณีที่ได้ทำการติดตั้ง Windows ไปแล้ว ก่อนอื่นต้องทำการตรวจสอบว่าเมื่อทำการติดตั้ง Windows ไปแล้วนั้นใช้งานได้ปกติดีไม่มีปัญหาในด้านต่างๆ เช่น การใช้งานในระบบเครือข่าย ค่าสีต่างๆ ของจอภาพ หลังจากนั้นดูว่าใน Harddisk ได้ทำการแบ่ง Partition เป็นกี่ Drive (กรณีที่ไม่ได้แบ่ง Partition ไว้รองรับการติดตั้ง Linux “อาจจะใช้โปรแกรม PartitionMagic จัดการกับการแบ่ง Partition ” !!! Windows ต้องการแค่ Partition หรือที่เรียกว่า Drive เพียง Drive เดียว(คือ C: ) แต่ถ้าต้องการเป็น drive สำรองเราอาจแบ่งเพิ่มอีก 1 Partition (คือ D:) ส่วน” Linux” ต้องการ 2 Partition คือ Drive ที่เป็น Linux native และ Linux swap) อันนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้เอง และความจุของ Harddisk ว่ามีมากน้อยเพียงใด !!!ทางที่ดี ควรแบ่ง Partition ก่อนการติดตั้ง Windows เพราะว่ามันง่ายกว่าการที่จะมาแบ่ง Partition หลังจากที่เราทำการติดตั้ง Windows แล้ว
      5. หน่วยความจำ (RAM)ควรจะมีขนาด สูงกว่า 16 MB ขึ้นไป

2. การสร้างแผ่น Boot สำหรับติดตั้ง Redhat Linux

      1. ใส่แผ่นซีดีรอมโปรแกรมติดตั้งในไดรฟ์ขณะใช้ระบบปฏิบัติการ DOS แล้วเปลี่ยนไดรฟ์ไปยังไดรฟ์ซีดีรอม เช่น C:\> d:
      2. เรียกใช้โปรแกรม Rawrite สำหรับสร้างแผ่นติดตั้งใน Floppy disk พิมพ์ดังนี้ D:\>dosuntils\rawrite
      3. โปรแกรมจะให้ป้อนชื่อแฟ้มที่ต้องการเขียนลงแผ่น ให้ป้อนดังนี้ D:\Images\boot.img
      4. ใส่แผ่นฟลอบบี้ที่ฟอร์แมตแล้วใส่ในไดรฟ์ A: แล้วกด ENTER
      5. ถ้าเครื่องที่จะทำการติดตั้ง Redhat Linux สามารถทำการบูตจากแผ่นซีดีรอมได้ยิ่งง่ายเลย เพราะปกติผม ติดตั้ง Redhat 7.3 หรือ Redhat 6.0 ก็ตาม ผมจะใช้วิธีการบูตจากแผ่นซีดีรอมซึ่งสะดวกกว่าการบูตโดยการใช้แผ่นฟลอปบี้ดิสก์ (เรื่องการสั่งให้ BOOT จาก CD-ROM เป็น Option ของ CMOS )

3. การติดตั้ง Redhat Linux (การติดตั้งแบบ None Graphic สำหรับเครื่องที่มีความเร็วต่ำกว่า 400 MHz) เมื่อทำการสร้างแผ่นบูตและทำการบูตแล้ว หรือจะให้บูตจากแผ่นซีดีรอม จะเข้าสู่การกระบวนการติดตั้ง ให้ดำเนินต่อไปดังนี้

      1. เมื่อโปรแกรมติดตั้งทำงาน จะแสดงหน้าจอให้เลือกภาษาที่จะใช้ในการติดตั้งให้เลือก English
      2. เลือกภาษาสำหรับคีย์บอร์ด ให้เลือก US
      3. กรอบแสดงการยินดีต้อนรับ ให้ยืนยันการติดตั้งเลือก OK
      4. เลือกชนิดของการติดตั้งให้เลือก Custom System ซึ่งคุณสามารถกำหนดได้เองว่าจะมี Partitionใดบ้างรวมถึงการเลือกโปรแกรม
      5. ต่อไปเป็นขั้นตอนของการแบ่งPartition สำหรับเครื่องที่ได้ทำการแบ่ง Partition มาดีแล้วแต่ยังไม่ได้กำหนดชนิดของ Partition ก็ให้เลือก fdisk แล้วเลือก Edit เพื่อเข้าไปกำหนดชนิดของPartition ถึงตรงนี้จะเป็นคำสั่งที่ใช้ในการทำงาน ดังตัวอย่าง
            a :: ถ้าเราพิมพ์ m จะเป็น Menu ให้เราเลือกทำงาน
            b :: ผมจะเลือก p เพราะผมรู้ว่า p คือการแสดงรายละเอียดPartitionต่าง ๆที่มีอยู่ จะเห็นว่า

              dev/hda1 คือ Partition ที่ 1 ที่เราแบ่งไว้สำหรับติดตั้ง Windows ค่าของ System=FAT32
              dev/hda2 คือ Partition ที่เป็น Extended ภายในก็จะมี Partition Logic ดังนี้

                dev/hda5 คือ Partition ที่ 2 ที่เราแบ่งไว้สำหรับติดตั้ง Windows ค่าของ System=FAT32
                dev/hda6 คือ Partition ที่ 3 ที่เราแบ่งไว้สำหรับติดตั้ง Linux ค่าของ System=FAT32
                dev/hda7 คือ Partition ที่ 4 ที่เราแบ่งไว้สำหรับติดตั้ง Linux ค่าของ System=FAT32
                ส่วนที่เราต้องเข้าไปแก้ไขก็คือ hda6,hda7 จะเป็นการเปลี่ยนชนิดของ system ให้เป็น linux system

            c :: ถ้าไม่รู้ว่าคำสั่งที่ใช้ในการทำงานให้ กด m เพื่อดูรายละเอียด

            d :: ผมจะเลือก t เพื่อเปลี่ยนชนิดของ System จากนั้นเป็นการเลือก Partition number เราจะเปลี่ยน hda6 จาก FAT32 ให้เป็น Linux native ผมเลือก 6 แล้วกด Enter
            e :: เลือก Hex code ถ้าไม่รู้ให้กด l เพื่อดูรายละเอียด ผมกด 83 เพื่อทำการเปลี่ยน System
            f :: ลองกด p เพื่อดูรายละเอียดของ System เปลี่ยนหรือยัง จะเห็นว่า System เปลี่ยนจาก FAT 32 เป็น Linux
            g :: ทำการเปลี่ยน System ของ hda7 ให้เป็น linux swap โดยกด t เลือก Hex code เป็น 82
          h :: ทำการ Save โดยการ กด W
      6. หน้าจอขึ้น Disk setup จะมี Menu ให้เลือก Done
      7. เลือก Mount Point เพื่อกำหนด Root directory สำหรับการติดตั้ง ให้เลือก hda 6 แล้วกด Enter ในช่องหลัง Mount Point ให้พิมพ์ ” / ” แล้วเลือก ok
      8. เมื่อทำการเลือกแล้วจะกลับมาที่หน้า Current Disk Partition อีกรอบหนึ่ง เพื่อให้เรายืนยันการกำหนด Mount point อีกครั้งหนึ่ง เลือก Ok
      9. ขั้นตอนต่อไปเป็นการ Format partition ที่กำหนดให้ Mount เป็น Root partition หรือ Root filesystem จะมี Option หนึ่งที่น่าสนใจคือ Check for bad blocks during format นั่นคือการตรวจหา Bad Block ด้วย โดยการ Tab มาที่หน้า Option และกด Space bar แล้วเลือก Ok เพื่อดำเนินการต่อไป
      10. เลือก LILO Configuration ที่ hda1 แล้ว OK ยืนยันอีกรอบหนึ่ง
      11. กำหนดชื่อ HostName เช่น suwit.yonok.ac.th หรือ thaiall.yonok.ac.th เป็นต้น
      12. กำหนด Firewall configuration ใน Security level เป็น Medium ต่อไปสามารถกำหนดใหม่ได้
      13. ใน Option customize เป็นการเลือกใช้ Firewall กับตัวให้บริการ
      14. เลือกชนิดของ Mouse
      15. เลือกภาษาในการ Install
      16. เลือก Time Zone ที่ Asia/Bangkok
      17. กำหนด Root password (อย่างน้อย 6 ตัวอักษร)
      18. Add User สำหรับผู้ใช้บริการ
      19. หน้า Authentication Configuration ให้เลื่อน Tab ไปที่ OK เลยแล้วกด Enter
      20. เลือก Packet ตามต้องการ (ถ้ามีเนื้อที่ Harddisk มากพอให้เลือกหมดเลย)
      21. เลือก Video Card
      22. เข้าสู่กระบวนการเริ่ม Install โดยการ Format
      23. การตั้งค่า Configuration ต่างดูในรายละเอียดต่อไป ใน http://www.isinthai.com

4. การติดตั้ง Redhat Linux (การติดตั้งแบบ Graphic เหมาะกับเครื่องที่มีความเร็วสูงกว่า 400 MHz ขึ้นไป) เมื่อทำการสร้างแผ่นบูตและทำการบูตแล้ว หรือจะให้บูตจากแผ่นซีดีรอม จะเข้าสู่การกระบวนการติดตั้ง ให้ดำเนินการดังนี้

    1. เมื่อโปรแกรมติดตั้งทำงานจะแสดงหน้าจอให้เลือกภาษาที่จะใช้ในการติดตั้งให้เลือก English
    2. เลือกภาษา Mouse และเลือกภาษาสำหรับคีย์บอร์ด ให้เลือก US
    3. กรอบแสดงการยินดีต้อนรับ ให้ยืนยันการติดตั้งเลือก Next
    4. เลือกชนิดของการติดตั้งให้เลือก Custom System ซึ่งคุณสามารถกำหนดได้เองว่าจะมี Partitionใดบ้างรวมถึงการเลือกโปรแกรม
    5. ต่อไปเป็นขั้นตอนของการแบ่ง Partition สำหรับเครื่องที่ได้ทำการแบ่ง Partition มาดีแล้วแต่ยังไม่ได้กำหนดชนิดของ Partition ก็ให้เลือก Manually partition with fdisk (export only) แล้วเลือก hda เพื่อเข้าไปกำหนดชนิดของ Partition จะเป็นคำสั่งที่ใช้ในการทำงานดังตัวอย่าง
          a :: ถ้าเราพิมพ์ m จะเป็น Menu ให้เราเลือกทำงาน
          b :: ผมจะเลือก p เพราะผมรู้ว่า p คือการแสดงรายละเอียดPartitionต่าง ๆที่มีอยู่ จะเห็นว่า

            dev/hda1 คือ Partition ที่ 1 ที่เราแบ่งไว้สำหรับติดตั้ง Windows ค่าของ System=FAT32
            dev/hda2 คือ Partition ที่เป็น Extended ภายในก็จะมี Partition Logic ดังนี้

              dev/hda5 คือ Partition ที่ 2 ที่เราแบ่งไว้สำหรับติดตั้ง Windows ค่าของ System=FAT32
              dev/hda6 คือ Partition ที่ 3 ที่เราแบ่งไว้สำหรับติดตั้ง Linux ค่าของ System=FAT32
              dev/hda7 คือ Partition ที่ 4 ที่เราแบ่งไว้สำหรับติดตั้ง Linux ค่าของ System=FAT32
              ส่วนที่เราต้องเข้าไปแก้ไขก็คือ hda6,hda7 จะเป็นการเปลี่ยนชนิดของ system ให้เป็น linux system มีวิธีการดังนี้คือ

          c :: ถ้าไม่รู้ว่าคำสั่งที่ใช้ในการทำงานให้ กด m เพื่อดูรายละเอียด

          d :: ผมจะเลือก t เพื่อเปลี่ยนชนิดของ System จากนั้นเป็นการเลือก Partition number เราจะเปลี่ยน hda6 จาก FAT32 ให้เป็น Linux native ผมเลือก 6 แล้วกด Enter
          e :: เลือก Hex code ถ้าไม่รู้ให้กด l เพื่อดูรายละเอียด ผมกด 83 เพื่อทำการเปลี่ยน System
          f :: ลองกด p เพื่อดูรายละเอียดของ System เปลี่ยนหรือยัง จะเห็นว่า System เปลี่ยนจาก FAT 32 เป็น Linux
          g :: ทำการเปลี่ยน System ของ hda7 ให้เป็น linux Swap โดยการ t เลือก Hex code เป็น 82
        h :: ทำการ Save โดยการ กด W
    6. หน้าจอขึ้น Using fdisk อีกรอบ ให้เลือก Next
    7. เลือก Mount point เพื่อกำหนด Root directory สำหรับการติดตั้ง ให้ดับเบิ๊ลคลิกเลือก hda 6 แล้วในช่องหลัง Mount point ให้เลือก ” / ” แล้วเลือก OK
    8. เมื่อทำการเลือกแล้วจะกลับมาที่หน้า Partition อีกรอบหนึ่ง เพื่อให้เรายืนยันการกำหนด Mount point อีกครั้งหนึ่ง เลือก Next
    9. ขั้นตอนต่อไปเป็นการ Format partition ที่กำหนดให้ Mount เป็น Root partition หรือ Root filesystem ตรงนี้จะมี Option หนึ่งที่น่าสนใจคือ Check for bad blocks during format นั่นคือการตรวจหา Bad Block ด้วย โดยการคลิกที่หน้า Option แล้วเลือก Next เพื่อดำเนินการต่อไป
    10. เลือก LILO Configuration ให้เลือก Install LILO boot record on dev/had Master Boot record เลือก Default Boot Image ไปที่ Dos
    11. กำหนด IP Address ตั้งชื่อ HostName เช่น suwit.yonok.ac.th หรือ mis.yonok.ac.th
    12. กำหนด Firewall Configuration ใน Security Level เป็น Medium ใน Option Customize เป็นการเลือกใช้ Firewall กับตัวให้บริการ
    13. เลือกภาษาในการ Install
    14. เลือก Time Zone ที่ Asia/Bangkok
    15. กำหนด Root Password (อย่างน้อย 6 ตัวอักษร)
    16. Add User สำหรับผู้ใช้บริการ
    17. หน้า Authentication Configuration ให้ Next
    18. เลือก Packet ตามต้องการ (ถ้ามีเนื้อที่ Harddisk มากพอให้เลือกหมดเลย)
    19. เลือก Video Card /Monitor/color pepht/Screen Resolution/Default Desktop/Login Type
    20. เข้าสู่กระบวนการเริ่ม Install โดยการ Format
    21. การตั้งค่า Configuration ต่าง ๆ
หมวดหมู่:คุย..บริหารserver
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: